วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดและศาสนสถาน

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต แซ่อึ้ง) ว่าที่สมุหนายก ต้นสกุลกัลยาณมิตรซึ่ง เดิมที่ดินบริเวณนี้มีภิกษุจีนพำ นักอาศัยอยู่ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้อุทิศบ้านและที่ดินถวายแก่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ต่อมาได้ รับพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับชาวจีนและมีพระพุทธปฏิมาที่สำ คัญ คือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่มีนามว่า พระพุทธไตร รัตนนายก หรือหลวงพ่อโต (ซำ ปอกง) ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำ แพงเมืองอย่างเช่นวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโตเป็นที่ เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน

ย่านกะดีจีน 16 Mar 2026 Editor
วัดซางตาครู้ส
วัดและศาสนสถาน

วัดซางตาครู้ส

วัดซางตาครู้สเป็นศาสนสถานที่สำ คัญที่อยู่คู่กับชุมชนกุฎีจีนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยบริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ใกล้กับพระราชวังเดิม สมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชทานที่ดินให้แก่ชาวโปรตุเกสซึ่งร่วมทำ การศึกต่อต้านพม่าจนได้รับชัยชนะ นักบวชชาวโปรตุเกสจึงได้ เริ่มก่อสร้างอาคารวัดหลังแรกที่สร้างด้วยไม้ทั้งหมดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2313 ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนในปี พ.ศ. 2376 ทำ ให้อาคารวัด พังเสียหายทั้งหมด จึงต้องก่อสร้างใหม่ด้วยอิฐถือปูน และได้ก่อสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2459 ซึ่งคืออาคารวัดหลังที่เห็นในปัจจุบัน

ย่านกะดีจีน 24 Apr 2026 admin@thonburi.com
ศาลเจ้าเกียนอันเกง
วัดและศาสนสถาน

ศาลเจ้าเกียนอันเกง

ศาลเจ้าเกียนอันเกง ตั้งอยู่ริมแม่น้้าเจ้าพระยา แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มีประวัติว่าสร้างขึ้น โดยชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสินมา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองบางกอกใหญ่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ ชาวจีนฮกเกี้ยน ส่วนหนึ่งย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานบริเวณตลาดน้อย ศาลเจ้านี้จึงถูกทอด ทิ้งจนช้ารุดทรุดโทรม ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีชาวจีน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกุลตันติเวชกุลและสกุลสิมะเสถียรได้รื้อถอนและสร้างศาลเจ้าขึ้นใหม่ในต้า แหน่งเดิม แล้วจึงอัญเชิญ เจ้าแม่กวนอิมมาประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และภายในศาลเจ้าพบระฆังที่มีอักษรจีนระบุศักราชตรงกับ พ .ศ. ๒๓๙๑ นอกจาก นี้ ขื่อใต้หลังคามีจารึกระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๕ แสดงให้เห็นว่าศาลเจ้าเกียนอันเกงน่าจะสร้างขึ้นใหม่ในสมัย รัชกาลที่ ๓ และได้รับการซ่อมแซมใน สมัยรัชกาลที่ ๕ ศาลเจ้าเกียนอันเกง มีอาคารส้าคัญ คือ อาคารทางเข้า อาคารประธาน และอาคารบริวาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง สันหลังคาประดับลายพรรณพฤกษาและสัตว์มงคลด้วยเทคนิคปูนปั้น ตัดกระเบื้องประดับ ซึ่ง รศ.ดร.อชิรัชญ์ไชยพจน์ พานิช ได้ท้าการศึกษาพบว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าเกียนอันเกง มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบหมิ่นหนานในศาลเจ้าฮกเกี้ยนกับ สถาปัตยกรรมแบบเฉาซ่านในศาลเจ้าแต้จิ๋ว

ย่านกะดีจีน 20 Oct 2025 Administrator
มัสยิดบางหลวงหลวง
วัดและศาสนสถาน

มัสยิดบางหลวงหลวง

มัสยิดบางหลวงหลวง (กุฎีโต๊ะหยี, กุฎีขาว) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายวัดไทย มัสยิดแห่งนี้มีความแตกต่างจากมัสยิดแห่งอื่น ๆ ใน ประเทศไทย อาคารของมัสยิดก่ออิฐถือปูนขาวทั้งหลัง ทาสีบานหน้าต่างไม้ด้วยสีเขียว หลังคาของอาคารมัสยิดเป็นไม่ได้สร้างเป็นโดม หากแต่สร้างเป็น หลังคาทรงคล้ายวัดไทย ซึ่งถือเป็นมัสยิดทรงไทยแห่งเดียวในโลก โดยมัสยิดหลังแรกสร้างขึ้นโดยโต๊ะหยี พ่อค้าแขกชาวมุสลิมในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประมาณปี พ.ศ. 2328 ผู้คนในชุมชนกุฎีขาวจากหลักฐานพบว่าเป็นชุมชนของชาวมุสลิมนิกายซุนนีย์ที่ ส่วนหนึ่งอพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีทั้งแขกจามและแขกแพ ในอดีตผู้คนในชุมชนแห่งนี้ เคยเข้ารับราชการในตำ แหน่งที่สำ คัญและบางส่วนก็เป็น พ่อค้า ในปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ ยังคงรักษาวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม พิธีกรรมและความเชื่อทางศาสนาได้อย่างต่อเนื่อง

ย่านกะดีจีน 24 Apr 2026 admin@thonburi.com
1 / 4

ข้อมูลวัฒนธรรมล่าสุด

อัปเดตข้อมูลและเรื่องราวน่าสนใจล่าสุดจากชุมชนต่างๆ

มัสยิดบางหลวงหลวง
วัดและศาสนสถาน

มัสยิดบางหลวงหลวง

มัสยิดบางหลวงหลวง (กุฎีโต๊ะหยี, กุฎีขาว) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายวัดไทย มัสยิดแห่งนี้มีความแตกต่างจากมัสยิดแห่งอื่น ๆ ใน ประเทศไทย อาคารของมัสยิดก่ออิฐถือปูนขาวทั้งหลัง ทาสีบานหน้าต่างไม้ด้วยสีเขียว หลังคาของอาคารมัสยิดเป็นไม่ได้สร้างเป็นโดม หากแต่สร้างเป็น หลังคาทรงคล้ายวัดไทย ซึ่งถือเป็นมัสยิดทรงไทยแห่งเดียวในโลก โดยมัสยิดหลังแรกสร้างขึ้นโดยโต๊ะหยี พ่อค้าแขกชาวมุสลิมในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประมาณปี พ.ศ. 2328 ผู้คนในชุมชนกุฎีขาวจากหลักฐานพบว่าเป็นชุมชนของชาวมุสลิมนิกายซุนนีย์ที่ ส่วนหนึ่งอพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีทั้งแขกจามและแขกแพ ในอดีตผู้คนในชุมชนแห่งนี้ เคยเข้ารับราชการในตำ แหน่งที่สำ คัญและบางส่วนก็เป็น พ่อค้า ในปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ ยังคงรักษาวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม พิธีกรรมและความเชื่อทางศาสนาได้อย่างต่อเนื่อง

ย่านกะดีจีน อ่านเพิ่ม
วัดซางตาครู้ส
วัดและศาสนสถาน

วัดซางตาครู้ส

วัดซางตาครู้สเป็นศาสนสถานที่สำ คัญที่อยู่คู่กับชุมชนกุฎีจีนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยบริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ใกล้กับพระราชวังเดิม สมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชทานที่ดินให้แก่ชาวโปรตุเกสซึ่งร่วมทำ การศึกต่อต้านพม่าจนได้รับชัยชนะ นักบวชชาวโปรตุเกสจึงได้ เริ่มก่อสร้างอาคารวัดหลังแรกที่สร้างด้วยไม้ทั้งหมดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2313 ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนในปี พ.ศ. 2376 ทำ ให้อาคารวัด พังเสียหายทั้งหมด จึงต้องก่อสร้างใหม่ด้วยอิฐถือปูน และได้ก่อสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2459 ซึ่งคืออาคารวัดหลังที่เห็นในปัจจุบัน

ย่านกะดีจีน อ่านเพิ่ม
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดและศาสนสถาน

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต แซ่อึ้ง) ว่าที่สมุหนายก ต้นสกุลกัลยาณมิตรซึ่ง เดิมที่ดินบริเวณนี้มีภิกษุจีนพำ นักอาศัยอยู่ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้อุทิศบ้านและที่ดินถวายแก่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ต่อมาได้ รับพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับชาวจีนและมีพระพุทธปฏิมาที่สำ คัญ คือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่มีนามว่า พระพุทธไตร รัตนนายก หรือหลวงพ่อโต (ซำ ปอกง) ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำ แพงเมืองอย่างเช่นวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโตเป็นที่ เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน

ย่านกะดีจีน อ่านเพิ่ม
ศาลเจ้าเกียนอันเกง
วัดและศาสนสถาน

ศาลเจ้าเกียนอันเกง

ศาลเจ้าเกียนอันเกง ตั้งอยู่ริมแม่น้้าเจ้าพระยา แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มีประวัติว่าสร้างขึ้น โดยชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสินมา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองบางกอกใหญ่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ ชาวจีนฮกเกี้ยน ส่วนหนึ่งย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานบริเวณตลาดน้อย ศาลเจ้านี้จึงถูกทอด ทิ้งจนช้ารุดทรุดโทรม ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีชาวจีน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกุลตันติเวชกุลและสกุลสิมะเสถียรได้รื้อถอนและสร้างศาลเจ้าขึ้นใหม่ในต้า แหน่งเดิม แล้วจึงอัญเชิญ เจ้าแม่กวนอิมมาประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และภายในศาลเจ้าพบระฆังที่มีอักษรจีนระบุศักราชตรงกับ พ .ศ. ๒๓๙๑ นอกจาก นี้ ขื่อใต้หลังคามีจารึกระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๕ แสดงให้เห็นว่าศาลเจ้าเกียนอันเกงน่าจะสร้างขึ้นใหม่ในสมัย รัชกาลที่ ๓ และได้รับการซ่อมแซมใน สมัยรัชกาลที่ ๕ ศาลเจ้าเกียนอันเกง มีอาคารส้าคัญ คือ อาคารทางเข้า อาคารประธาน และอาคารบริวาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง สันหลังคาประดับลายพรรณพฤกษาและสัตว์มงคลด้วยเทคนิคปูนปั้น ตัดกระเบื้องประดับ ซึ่ง รศ.ดร.อชิรัชญ์ไชยพจน์ พานิช ได้ท้าการศึกษาพบว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าเกียนอันเกง มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบหมิ่นหนานในศาลเจ้าฮกเกี้ยนกับ สถาปัตยกรรมแบบเฉาซ่านในศาลเจ้าแต้จิ๋ว

ย่านกะดีจีน อ่านเพิ่ม

สถิติข้อมูลทั้งหมด

ภาพรวมข้อมูลทางวัฒนธรรม นวัตกรรม งานวิจัย และทรัพย์สินทางปัญญา

🏛️

4

ข้อมูลวัฒนธรรม

เพิ่มขึ้น 12%
💡

18

ข้อมูลนวัตกรรม

เพิ่มขึ้น 8%
🔬

22

ข้อมูลงานวิจัย

ลดลง 5%
📜

12

ทรัพย์สินทางปัญญา

เพิ่มขึ้น 20%

เปรียบเทียบจำนวนข้อมูล

สัดส่วนข้อมูล

แนวโน้มการเพิ่มข้อมูลรายเดือน (6 เดือนที่ผ่านมา)

OpenStreetMap

แผนที่มรดกทางวัฒนธรรม

สำรวจตำแหน่งมรดกทางวัฒนธรรมของเขตธนบุรี คลิกที่หมุดเพื่อดูรายละเอียด

4
สถานที่
1
หมวดหมู่
1
ชุมชน

กำลังโหลดแผนที่...

4 สถานที่

คลิกหมุดเพื่อดูรายละเอียด · ลากเพื่อเลื่อน · เลื่อนล้อเพื่อซูม

เปิดแผนที่เต็ม →