ข้อมูลวัฒนธรรมล่าสุด
อัปเดตข้อมูลและเรื่องราวน่าสนใจล่าสุดจากชุมชนต่างๆ
มัสยิดบางหลวงหลวง
มัสยิดบางหลวงหลวง (กุฎีโต๊ะหยี, กุฎีขาว) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายวัดไทย มัสยิดแห่งนี้มีความแตกต่างจากมัสยิดแห่งอื่น ๆ ใน ประเทศไทย อาคารของมัสยิดก่ออิฐถือปูนขาวทั้งหลัง ทาสีบานหน้าต่างไม้ด้วยสีเขียว หลังคาของอาคารมัสยิดเป็นไม่ได้สร้างเป็นโดม หากแต่สร้างเป็น หลังคาทรงคล้ายวัดไทย ซึ่งถือเป็นมัสยิดทรงไทยแห่งเดียวในโลก โดยมัสยิดหลังแรกสร้างขึ้นโดยโต๊ะหยี พ่อค้าแขกชาวมุสลิมในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประมาณปี พ.ศ. 2328 ผู้คนในชุมชนกุฎีขาวจากหลักฐานพบว่าเป็นชุมชนของชาวมุสลิมนิกายซุนนีย์ที่ ส่วนหนึ่งอพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีทั้งแขกจามและแขกแพ ในอดีตผู้คนในชุมชนแห่งนี้ เคยเข้ารับราชการในตำ แหน่งที่สำ คัญและบางส่วนก็เป็น พ่อค้า ในปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ ยังคงรักษาวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม พิธีกรรมและความเชื่อทางศาสนาได้อย่างต่อเนื่อง
วัดซางตาครู้ส
วัดซางตาครู้สเป็นศาสนสถานที่สำ คัญที่อยู่คู่กับชุมชนกุฎีจีนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยบริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ใกล้กับพระราชวังเดิม สมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชทานที่ดินให้แก่ชาวโปรตุเกสซึ่งร่วมทำ การศึกต่อต้านพม่าจนได้รับชัยชนะ นักบวชชาวโปรตุเกสจึงได้ เริ่มก่อสร้างอาคารวัดหลังแรกที่สร้างด้วยไม้ทั้งหมดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2313 ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนในปี พ.ศ. 2376 ทำ ให้อาคารวัด พังเสียหายทั้งหมด จึงต้องก่อสร้างใหม่ด้วยอิฐถือปูน และได้ก่อสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2459 ซึ่งคืออาคารวัดหลังที่เห็นในปัจจุบัน
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต แซ่อึ้ง) ว่าที่สมุหนายก ต้นสกุลกัลยาณมิตรซึ่ง เดิมที่ดินบริเวณนี้มีภิกษุจีนพำ นักอาศัยอยู่ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้อุทิศบ้านและที่ดินถวายแก่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ต่อมาได้ รับพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับชาวจีนและมีพระพุทธปฏิมาที่สำ คัญ คือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่มีนามว่า พระพุทธไตร รัตนนายก หรือหลวงพ่อโต (ซำ ปอกง) ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำ แพงเมืองอย่างเช่นวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโตเป็นที่ เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน
ศาลเจ้าเกียนอันเกง
ศาลเจ้าเกียนอันเกง ตั้งอยู่ริมแม่น้้าเจ้าพระยา แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มีประวัติว่าสร้างขึ้น โดยชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสินมา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองบางกอกใหญ่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ ชาวจีนฮกเกี้ยน ส่วนหนึ่งย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานบริเวณตลาดน้อย ศาลเจ้านี้จึงถูกทอด ทิ้งจนช้ารุดทรุดโทรม ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีชาวจีน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกุลตันติเวชกุลและสกุลสิมะเสถียรได้รื้อถอนและสร้างศาลเจ้าขึ้นใหม่ในต้า แหน่งเดิม แล้วจึงอัญเชิญ เจ้าแม่กวนอิมมาประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และภายในศาลเจ้าพบระฆังที่มีอักษรจีนระบุศักราชตรงกับ พ .ศ. ๒๓๙๑ นอกจาก นี้ ขื่อใต้หลังคามีจารึกระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๕ แสดงให้เห็นว่าศาลเจ้าเกียนอันเกงน่าจะสร้างขึ้นใหม่ในสมัย รัชกาลที่ ๓ และได้รับการซ่อมแซมใน สมัยรัชกาลที่ ๕ ศาลเจ้าเกียนอันเกง มีอาคารส้าคัญ คือ อาคารทางเข้า อาคารประธาน และอาคารบริวาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง สันหลังคาประดับลายพรรณพฤกษาและสัตว์มงคลด้วยเทคนิคปูนปั้น ตัดกระเบื้องประดับ ซึ่ง รศ.ดร.อชิรัชญ์ไชยพจน์ พานิช ได้ท้าการศึกษาพบว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าเกียนอันเกง มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบหมิ่นหนานในศาลเจ้าฮกเกี้ยนกับ สถาปัตยกรรมแบบเฉาซ่านในศาลเจ้าแต้จิ๋ว
สถิติข้อมูลทั้งหมด
ภาพรวมข้อมูลทางวัฒนธรรม นวัตกรรม งานวิจัย และทรัพย์สินทางปัญญา
4
ข้อมูลวัฒนธรรม
18
ข้อมูลนวัตกรรม
22
ข้อมูลงานวิจัย
12
ทรัพย์สินทางปัญญา
เปรียบเทียบจำนวนข้อมูล
สัดส่วนข้อมูล
แนวโน้มการเพิ่มข้อมูลรายเดือน (6 เดือนที่ผ่านมา)
แผนที่มรดกทางวัฒนธรรม
สำรวจตำแหน่งมรดกทางวัฒนธรรมของเขตธนบุรี คลิกที่หมุดเพื่อดูรายละเอียด
กำลังโหลดแผนที่...
คลิกหมุดเพื่อดูรายละเอียด · ลากเพื่อเลื่อน · เลื่อนล้อเพื่อซูม
เปิดแผนที่เต็ม →